Chat Box


Get your own Chat Box! Go Large!

save รูปในBlog นี้อย่างไรให้ได้ภาพใหญ่

เพื่อนๆหลายคนที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog นี้มดเชื่ออย่างแน่นอนเลยคะว่าหลายคนก็อยากจะได้ภาพของยงจุนที่มดนำมาลงไปเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนแต่ก็คงจะมีเพื่อนๆบางคนได้ลอง save ภาพเก็บกันแล้ว ก็อาจจะบอกว่า ทำไมได้ภาพเล็กแบบนี้หล่ะ

การ save ที่ถูกวิธีนั้น เพื่อนๆจะต้องเอาเม้าท์ไปคลิก(ซ้าย)ที่รูปภาพก่อนนะคะ จากนั้นเว็บก็จะทำการLink ไปยังหน้าที่มดได้ฝากไฟล์รูปภาพ จากนั้นเพื่อนๆก็จะเห็นรูปที่มีขนาดใหญ่ปรากฎ จากนั้นค่อยนำเม้าท์มาชี้ที่รูปภาพแล้วคลิกขวาทำการ Save picture As เป็นอันจบขั้นตอน แล้วทุกคนก็จะได้ภาพขนาดใหญ่กลับไป
ต่อไปนี้ก็คงจะได้ทราบวิธีการ Save ภาพที่ถูกต้องกันแล้วนะคะ ขอให้มีความสุขกับการเก็บภาพและรอยยิ้มที่น่ารักของ Bae Yong Joonกันนะคะ
Save คลิปวีดโอในบล๊อกนี้อย่างไร

นำเม้าส์ชี้ที่คำว่าDownload Hereแคลิกขวาเลือกคำสั่ง Save Target As จากนั้นเลือกโฟเดอร์ที่เราจะทำการบันทึกไฟล์ กด Save อักครั้งเป็นอนจบขั้นตอนคะ

26.10.08

YJ Sunbae, According to Lee Jiah

Source : KOB(www.byj.co.kr)
Post by : myoce/Thank you for sharing to us ^-^
Dear BYJ and BYJ family,
This is from an old article that I've read...I came across it again and decided to share with you.
I did not copy the whole article, but only took a few relevant excerpts. please go to the link for the whole
-------------------------------------------------------------------------
article and photos of Lee Jia.


The rise of Lee Jia


December 16th, 2007 // by javabeans


These days, actor Lee Jia is all the rage. An unknown name and face suddenly appears in one of the most expensive and most anticipated dramas of the year (Legend), alongside an extremely popular superstar actor (Bae Yong Joon), comes from America and therefore has little information available to curious fans, and manages to hold her own performing in her first leading role, which is also her first acting role ever. The level of curiosity surrounding her is only natural.


Background


“I was born on February 2, 1981. After my sixth year of grade school, we moved to the U.S. and I spent the rest of my school days there. I had a lot of interest in anything that had to do with visuals, and enrolled in [reputed design college] Pasadena Art Center and studied graphic design. I hadn’t even thought of becoming an actor, but I had the opportunity to audtion for Legend through someone I knew. I thought art was only for things that moved people’s hearts and made an impression, but I find that an actor does that too. It appeals to me because you can immerse yourself completely, crying and laughing.”


She tends to hide her face and doesn’t enjoy appearing in front of others, but these days Lee Jia finds herself unexpectedly at the center of attention. And she bemoaned that her only (younger) brother avoids going out to eat with his suddenly famous older sister.


Dramas


She won the part of Sujini after flying to Korea and auditioning more than thirty times in six months. Director Kim Jong Hak said, “She’s fearless and I like her self-confidence” and chose her. Thus brought to the filming location of Legend, even when finding herself amidst Hallyu star Bae Yong Joon, highly regarded actress Moon Sori, and other distinguished acting seniors, she was not timid and performed well — self-confidence is good, indeed.


“I was surprised at Bae Yong Joon sunbae’s [senior] sensitivity and the extent of his care for others, which goes beyond what people might imagine of him. We only had one restroom at the vast outdoor Jeju set location, and he must have passed by to see how dirty it had become. Those of us using it had grumbled about how dirty it was but we hadn’t thought to clean it ourselves, but he had it cleaned for us. He even arranged for Japanese fans to visit the site. … Moon Sori sunbae has a soft voice which worried me, but she gave me lots of advice. Instructor Oh Kwang Rok would recite poetry for me from time to time. He also taught me the words ‘dalmuri’ [lunar halo]. Thanks to my seniors, I was able to complete filming without incident and things ended up pretty well, didn’t they?”


The most painful part of filming for Lee Jia was the ruby pendant of the Phoenix artifact. The smallish necklace, which fit neatly in one first, weighed a ton. On top of that, the suit of armor she wore weighed a hefty 20 kilograms, and it became habitual for her shoulders to throb when she tried to sleep. In the summer heat wave, wearing the many layers of clothing plus the suit of armor, then riding on horseback, was suffocating. In order to film the mythological era scenes, she had to act while wearing only one layer of clothing in midwinter, climbing to the top of a mountain among crew members wearing parkas. The memory of those dreadful moments are distant now.


contrast to the mischievous Sujini, in real life Lee Jia is the quiet type. She enjoys spending time alone, walking by herself or reading a book on a bench. When she’s at home, she lives in a quiet atmosphere uninterrupted by loud noises. Spending her solitary time in contemplation with space to think gives her energy. Although she says she hasn’t exactly felt the pain of a heart-rending love, she says that this “alone time” gives her strength.


She likes to speed along the snow on her snowboard, an activity that suits her. She’s the type of person who takes a while to open herself up to someone, but once she comes to like a person her affection is long-lasting, and her last memories of dating are dim.


Her straightforward manner of speaking is similar to Sujini. May her future be blessed with the fire of the Phoenix…


Source : http://www.dramabeans.com/2007/12/the-rise-of-lee-jia/


-------------------------------------------------------------


Dear family, I hope you enjoyed reading the excerpts...and gleaned more about Yong Joon nim's character. ....oh, dear.....I've got to see if my bathrooms need a scrub ! he he he....


Love, myoce


พี่เบยงจุนตามความคิดเห็นของลีจีอา


เบยงจุนที่รักและครอบครัวเบยงจุนทุกคน


บทความนี้มาจากบทความเก่าๆที่ฉันเคยอ่านผ่านตามา แต่ฉันพึ่งกลับไปค้นเจออีกครั้งและตัดสินใจที่จะนำเรื่องนี้มาแบ่งปันกับทุกคน ฉันไม่ได้คัดลอกบทความทั้งหมดมารวมในที่นี้แต่ฉันได้ตัดข้อความบางส่วนที่เกี่ยวข้องมาไว้ให้อ่าน กรุณากดลิงค์ข้างล่างนี้หากคุณต้องการอ่านบทความทั้งหมด บทความและภาพถ่ายของจีอา


การปรากฏตัวของลีจีอา วันที่สิบหกธันวาคมปี๒๐๐๗


ปัจจุบันลีจีอากำลังร้อนแรงมาก จากชื่อที่ไม่มีใครรู้จักและใบหน้าที่ไม่คุ้นตาได้กลายมาเป็นหนึ่งในดาราค่าตัวแพงที่สุดและมีละครที่เป็นที่จับตาคาดหวังอย่างมากมายอย่างเดอะ ลีเจนด์ ที่เธอได้ร่วมแสดงกับดาราที่ได้รับความนิยมอย่างมากมายอย่างเบยงจุน ลีจีอาเดินทางมาจากอเมริกาดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเธอเองมีน้อยมากสำหรับแฟนๆที่อยากรู้ เธอยังต้องมารับบทครั้งแรกในบทดารานำ ซึ่งเป็นครั้งแรกในอาชีพนักแสดงของเออีกด้วยดังนั้นความสงสัยจึงอบอวลอยู่โดยทั่วไปเป็นธรรมดา


ภูมิหลัง


ฉันเกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพัน์ธ์ ปี1981 หลังจากที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่6 ครอบครัวของเราก็ย้ายไปอเมริกาและฉันก็เรียนหนังสือที่นั่นตลอดมา ฉันมีความสนใจในหลายๆสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา และฉันได้ลงทะเบียนเรียนที่Pasadena art centerซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านการออกแบบ โดยเธอเลือกเรียนทางกราฟฟิคดีไซน์ ฉันไม่เคยคิดเรื่องการเป็นนักแสดงมาก่อนเลย แต่เมื่อคนที่ฉันรู้จักได้แนะนำให้ฉันได้มีโอกาสไปออดิชั่นในละครเรื่องthe legend ฉันเคยคิดว่าศิลปะคือสิ่งที่สามารถเกาะกุมจิตใจผู้คนและทำให้ผู้คนเหล่านั้นเกิดความประทับใจ แต่ฉันกลับได้พบว่าการเป็นนักแสดงก็สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้เช่นกัน งานการแสดงดึงดูดใจฉันมากเพราะคุณสามารถที่จะใส่ตัวคุณลงไปในนั้นได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการหัวเราะหรือร้องไห้


เธอดูเหมือนจะพยายามซ่อนใบหน้าเอไว้ตลอดเวลาและดูเหมือนเธอจะไม่สนุกกับการอยู่ต่อหน้าผู้คนมากนัก แต่ปัจจุบันนี้ตีวลีจีอาเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเอจะกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความสนใจ เธอยังได้บ่นให้เราฟังว่าน้องชายของเธอปฎิเสธการที่จะออกไปทานข้าวข้างนอกกับพี่สาวคนดังของตนอีกด้วย

ผลงานละคร


เธอผ่านการคัดตัวให้มารับบทซูจินี หลังจาที่เธอต้องบินกลับเกาหลีและทำการออดิชั่นมากกว่าสามสิบครั้งภายในระยะเวลาสามเดือน


ผู้กำกับคิมจองฮัก กล่าวว่า เธอเป้นคนกล้าหาญและผมชอบความเชื่อมั่นในตนเองของเธอ เราจึงเลือกเธอ เมื่อต้องเข้าไปในสถานที่ถ่ายทำและอยู่ท่ามกลางดาราฮัลลิวอย่างเบยงจุน ดาราหญิงที่มีชื่อเสียงอย่างมูนโซรี หรือดารานักแสดงอาวุโสคนอื่นๆ เธอก็ไม่ได้มีอาการประหม่าและแสดงบทของเธอด้วยความมั่นใจ และมันก็ออกมาดีด้วย


ฉันรู้สึกแปลกใจในความละเอียดอ่อนของรุ่นพี่เบยงจุน และการแสดงความห่วงใยที่เขาแสดงต่อนักแสดงคนอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เกินความคาดคิดที่ผู้คนจาคาดเดาได้ เรามีห้องน้ำเพียงห้องเดียวที่เกาะเจจูซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำ และเขาก็มักจะเดินผ่านไปดูว่ามันสกปรกแค่ไหน นักแสดงคนอื่นที่ต้องใช้ห้องน้ำนั้นก็พากันบ่นว่าห้องน้ำนั้นสกปรกมากแต่ไม่มีใครคิดที่จะไปทำความสะอาดห้องน้ำดังกล่าวเลย แต่รุ่นพี่เบยงจุนกลับไปทำความสะอาดห้องน้ำนั้นและเขายังจัดสถานที่ให้แฟนคลับชาวญี่ปุ่นมาเยี่ยมชมอีกด้วย


รุ่นพี่มูนโซรีซึ่งมีเสียงนุ่มนวลมักจะทำให้ฉันเป็นห่วงเสมอแต่เธอกลับให้คำแนะนำแก่ฉันมากมาย อาจารย์โอวางรกมักจะท่องบทกวีให้ฉันฟังหลายครั้งและเขายังได้สอนให้ฉันได้รู้จักเรื่องดัลมูรี(รัศมีจันทร์) อีกด้วย ขอบคุณบรรดารุ่นพี่ทุกคนที่ทำให้ฉันสามารถถ่านทำให้ลุล่วงไปได้โดยไม่มีอุปสรรคใดและทุกอย่างก็จบลงด้วยดีใช่ไหมคะ


เรื่องที่ทรมานที่สุดสำหรับลีจีอาในการถ่ายทำละครครั้งนี้คือ จี้ทับทิมอันเป็นสัญลักษณ์แห่งวิหคเพลิง จี้นี้จะห้อยอยู่กับสร้อยคอเส้นเล็กๆหนักเกือบตัน ยิ่งไปกว่านั้น ชุดเกราะนักรบที่เธอต้องสวมนั้นหนักถึงยี่สิบกิโล และกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับไหล่ของเธอที่จะต้องหลุบลู่ลงเมื่อเธอจะเข้านอน ในช่วงที่อากาศร้อนในหน้าร้อนการที่จะต้องสวมเสื้อผ้าหลายชั้นและสวมเกราะขี่ม้าทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เพื่อที่จะแสดงฉากที่เป็นยุคโบราณตามตำนาน เอจะต้องแสดงโดยสวมเสื้อผ้าเพียงชั้นเดียวและปีนขึ้นไปยังยอดเขาในอากาศซึ่งหนาวเย็นพร้อมกับคนในกองถ่ายซึ่งสวมเพียงผ้าเตี่ยวผืนเดียว ความทรงจำอันน่ากลัวเหล่านั้นขณะนี่เลือนรางไกลออกไปแล้ว


ตรงกันข้ามกับซูจินีซึ่งร่าเริงและมีเล่ห์เหลี่ยม ลีจีอากลับเป็นคนเงียบขรึม เธอมักชอบอยู่เงียบๆคนเดียว เดนเล่นตามลำพัง หรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสือ เมื่อเธออยู่ที่บ้าน เธอมักจะชอบอยู่ในบรรยากาศที่สงบเงียบไม่มีเสียงอึกทึกรบกวน การที่ได้ใช้เวลาตามลำพังกับตนเองในบริเวณที่เงิยบสงบจะทำให้เธอรู้สึกมีพลัง แม้ว่าเธอจะเคยบอกว่าเธอไม่เคยรู้สึกถึงความเจ็บปวดอันเกิดจากความรักจริงๆก็ตาม เธอชอบเล่นสโนว์บอร์ดแล่นไปตามแนวหิมะซึ่งนั่นเหมาะสมกับเออย่างมาก


เธอเป็นบุคคลประเภทที่ต้องใช้เวลาสักนิดจึงจะสามารถเปิดตัวเองให้คุ้นเคยกับคนอื่นได้ แต่เมื่อเธอสนใจแล้วความรักของเธอก็จะยาวนาน ความทรงจำเรื่องการเดทของเธอค่อนข้างเลือนราง บุคลิกการพูดจาแบบตรงไปตรงมาของเธอก็คล้ายๆกับซูจินีนะขอให้อนาคตของเอเจริญรุ่งเรืองด้วยด้วยพลังวิหคเพลิงนะ


PS. ท่านใดที่จะนำข่าวแปลในblogของพวกเราไปโพสยังที่อื่น กรุณาให้เครตดิตกับทางblogด้วยนะคะ^^


Translate English to Thai by inkja /Thank you^-^

No comments: